ไม่ไปเลือกตั้ง ส.ส.

ไม่ไปเลือกตั้ง ส.ส. เสียสิทธิอะไรบ้าง? สรุปแบบเข้าใจง่าย

ช่วงที่มีการเลือกตั้ง ส.ส. ทีไร คำถามหนึ่งที่คนจำนวนมากค้นหาคือ “ถ้าไม่ไปเลือกตั้ง จะเสียสิทธิอะไรบ้าง?”

บางคนกังวลว่าถ้าไม่ไปจะถูกปรับ บางคนไม่แน่ใจว่ากระทบสิทธิทางการเมืองอื่นไหม และอีกหลายคนสับสนระหว่าง“ไม่ไปเลือกตั้ง” กับ“ไม่ไปเลือกตั้งแต่แจ้งเหตุ”

บทความนี้จะช่วยอธิบายให้ เข้าใจง่าย แยกเป็นกรณี อ้างอิงหลักกฎหมายที่ใช้จริง

ก่อนอื่น ต้องแยกให้ชัด: “ไม่ไปเลือกตั้ง” มีกี่กรณี

ในทางกฎหมาย การไม่ไปเลือกตั้ง ไม่ได้เหมือนกันทุกกรณี ผลที่ตามมาจะต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่า

  • ไม่ไปเลือกตั้ง และไม่แจ้งเหตุ
  • ไม่ไปเลือกตั้ง แต่แจ้งเหตุอันสมควร
  • ไปเลือกตั้ง แต่ ไปไม่ทัน / มีเหตุสุดวิสัย

บทความนี้จะอธิบายทีละกรณี เพื่อไม่ให้สับสน

ไม่ไปเลือกตั้ง ส.ส.

กรณีที่ 1: ไม่ไปเลือกตั้ง ส.ส. และไม่แจ้งเหตุ

กรณีนี้คือสิ่งที่กฎหมายถือว่า “ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่มีเหตุอันสมควร”

ตามกฎหมายเลือกตั้ง ผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และไม่แจ้งเหตุภายในเวลาที่กำหนด จะถูก จำกัดสิทธิบางประการเป็นการชั่วคราว 

สิทธิที่ถูกจำกัด มีอะไรบ้าง

  • ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็น ส.ส. หรือ ส.ว.
  • ไม่มีสิทธิสมัครเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่น เช่น สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
  • ไม่มีสิทธิเป็นกรรมการในองค์กรอิสระบางประเภท

การจำกัดสิทธินี้ มีระยะเวลาโดยทั่วไปคือ จนกว่าจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งถัดไป

หมายเหตุ: ไม่ใช่การตัดสิทธิถาวร และไม่ใช่โทษทางอาญา

สิทธิอะไรที่ “ไม่ถูกตัด” แม้ไม่ไปเลือกตั้ง

จุดนี้สำคัญมาก และหลายคนเข้าใจผิด แม้คุณจะไม่ไปเลือกตั้ง และไม่แจ้งเหตุ คุณยังคงมีสิทธิพื้นฐานเหล่านี้ครบถ้วน

  • สิทธิในการทำงาน
  • สิทธิในการรักษาพยาบาล
  • สิทธิในการศึกษา
  • สิทธิในการรับสวัสดิการของรัฐ
  • สิทธิในการเดินทาง ทำธุรกรรม หรือใช้บริการภาครัฐทั่วไป

ไม่มีผลต่อบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือสิทธิทางแพ่งอื่นใด

กรณีที่ 2: ไม่ไปเลือกตั้ง แต่ “แจ้งเหตุอันสมควร”

กฎหมายเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ แจ้งเหตุอันสมควร ภายในระยะเวลาที่กำหนด

ตัวอย่างเหตุอันสมควร เช่น

  • เจ็บป่วย
  • เดินทางไปต่างพื้นที่
  • มีเหตุสุดวิสัยอื่นที่พิสูจน์ได้

หากแจ้งเหตุถูกต้องตามขั้นตอน จะไม่ถูกจำกัดสิทธิใดๆกล่าวง่าย ๆ คือ ไม่ไปเลือกตั้งได้ แต่ต้องแจ้งเหตุ

กรณีที่ 3: ไปเลือกตั้งไม่ได้เพราะเหตุสุดวิสัย

เช่น

  • เดินทางไม่ทัน
  • เกิดอุบัติเหตุ
  • เหตุฉุกเฉินที่ไม่อาจควบคุมได้

กรณีนี้สามารถแจ้งเหตุภายหลังได้เช่นกัน หากแจ้งภายในเวลาที่กำหนดผลก็จะเหมือนกับกรณีที่ 2 คือ ไม่เสียสิทธิ

หลายคนเข้าใจผิด: “ไม่ไปเลือกตั้ง = โดนปรับ?”

ในปัจจุบันการไม่ไปเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ได้มีโทษปรับเป็นเงิน สิ่งที่กฎหมายกำหนดคือ การจำกัดสิทธิทางการเมืองบางประการชั่วคราว ไม่ใช่โทษอาญา

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญหลายท่านให้ความเห็นตรงกันว่า มาตรการจำกัดสิทธิหลังการไม่ไปเลือกตั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง ไม่ใช่การลงโทษประชาชน

ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่ดูแลการเลือกตั้งย้ำมาโดยตลอดว่า การแจ้งเหตุอันสมควรเป็นสิทธิของประชาชน

และเป็นทางออกที่กฎหมายรองรับอย่างชัดเจน 

ถ้าเผลอไม่ไปเลือกตั้งแล้ว ควรทำอย่างไร

หากคุณไม่ไปเลือกตั้ง และยังอยู่ในช่วงเวลาที่แจ้งเหตุได้ ควรดำเนินการแจ้งเหตุโดยเร็ว ผ่านช่องทางที่หน่วยงานกำหนด หากพ้นระยะเวลาแจ้งเหตุแล้ว สิ่งที่ควรทำคือ

  • ตรวจสอบสิทธิของตนเอง
  • ติดตามการเลือกตั้งครั้งถัดไป
  • ไปใช้สิทธิในครั้งต่อไป เพื่อให้สิทธิกลับมาเป็นปกติ

คำถามที่พบบ่อย

❓ ไม่ไปเลือกตั้งครั้งเดียว จะเสียสิทธิถาวรไหม

  • ไม่เสียสิทธิถาวร เป็นการจำกัดสิทธิชั่วคราวเท่านั้น

❓ ไม่ไปเลือกตั้ง กระทบงานหรือสวัสดิการไหม

  • ไม่กระทบ

❓ จำเป็นต้องไปเลือกตั้งทุกครั้งไหม

  • กฎหมายเปิดทางให้แจ้งเหตุ หากไม่สามารถไปได้
ไม่ไปเลือกตั้ง ส.ส.

สรุปแบบเข้าใจง่าย

การไม่ไปเลือกตั้ง ไม่ใช่เรื่องผิดอาญาแต่ถ้า ไม่ไปและไม่แจ้งเหตุ จะถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองบางประการ

หากแจ้งเหตุอันสมควร จะไม่เสียสิทธิใด ๆ สิทธิพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ไม่ถูกกระทบ สิ่งสำคัญที่สุดคือ

เข้าใจสิทธิของตัวเอง และใช้สิทธินั้นอย่างรู้เท่าทัน

บางครั้งเรื่องสิทธิ หน้าที่ หรือกฎหมาย อาจทำให้หลายคนรู้สึกกดดันหรือสับสน การเข้าใจข้อมูลให้ชัด

ช่วยให้เราตัดสินใจได้อย่างสบายใจมากขึ้น และถ้าวันไหนคุณอยากมีเวลาจัดการเรื่องสำคัญเหล่านี้

โดยไม่ต้องพะวงกับงานบ้านที่รออยู่ Bluuu แม่บ้านออนไลน์ พร้อมช่วยดูแลเรื่องบ้าน เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสกับสิ่งสำคัญในชีวิตได้เต็มที่ขึ้น 💙

เกี่ยวกับผู้เขียน

WaralakP.